Monday, September 21, 2015

ข้อแนะนำสำหรับผู้ขายจิวเวลรี่ออนไลน์มือใหม่

การขายจิวเวลรี่ออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จนั้น มีปัจจัยพื้นฐานเหมือนการขายสินค้าทั่วไป ที่คุณต้องสั่งสมความน่าเชื่อถือ ผ่านสินค้าที่ดีมีคุณภาพ รักษาฐานลูกค้าเดิม เพิ่มลูกค้าใหม่ มีกิจกรรมส่งเสริมการขาย และมีการให้บริการที่ดี ซึ่งคุณต้องรักษามาตรฐานเหล่านี้ให้คงอยู่เสมอต้นเสมอปลาย ซึ่งพอจะสรุปได้ 5 ข้อดังนี้

1. พัฒนาสินค้า (Product)

การพัฒนาเครื่องประดับเพื่อขายทางออนไลน์นั้น ควรเน้นที่รูปลักษณ์และความทันสมัยเป็นหลัก เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ที่เข้ามาซื้อจะเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ มีความรู้ และสามารถสืบค้นเปรียบเทียบข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตได้ ดังนั้นสินค้าที่คุณนำมาขายจึงต้องมีรูปลักษณ์ที่สวยงาม มีการนำเสนอที่ดึงดูดน่าสนใจ และเป็นสินค้าที่ดีมีคุณภาพ เพราะใครๆก็อยากได้ของดีของถูกใจทั้งสิ้น ไม่ว่าราคาจะแพงแค่ไหนก็ซื้อได้ และจะกลับมาซื้อซ้ำอีกแน่นอน เพราะหาซื้อง่าย ดีไซน์สวย และตอบโจทย์ความต้องการ

2. สร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ (Image)

คุณต้องหาจุดเด่นของจิวเวลรี่ที่คุณจะขายให้ได้ เพราะนั่นคือสิ่งที่ลูกค้าจะจดจำคุณ ให้ลองนึกดูว่า ถ้าคุณอยากจะบอกลูกค้าว่าสินค้าของคุณดี ควรบอกลูกค้าว่าอย่างไร โดยพยายามใช้คำพูดสั้นๆง่ายๆ เช่น ใช้พลอยคัดพิเศษ Machine Cut, ตัวเรือนเงินแท้ 925 Nickel Free, สินค้าชุบโรเดียมหนาถึง 1.0 ไมครอน ขาวแวววาวยาวนาน, สินค้าได้รับการออกแบบโดยดีไซเนอร์รุ่นใหม่ เจ้าของรางวัล.... และอีกมากมายที่คุณสามารถนำมาพูดกับลูกค้าได้ อีกอย่าง การสร้าง Story ที่มาที่ไป หรือแรงบันดาลใจ ก็สามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อแบรนด์ได้เช่นกัน 

3. พ่วงบริการ (Service)

คุณสามารถเพิ่มยอดขายด้วยการให้บริการได้ เหมือนเป็นการพ่วงบริการเสริม หรือให้สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าของคุณ เช่น บริการจัดส่งฟรี, ยินดีให้คำแนะนำเรื่องเครื่องประดับโดยผู้เชี่ยวชาญ, รับประกันคุณภาพสินค้า ไม่พอใจยินดีคืนเงิน, บริการทำความสะอาดสินค้าให้ตลอดอายุการใช้งาน, ยินดีชุบโรเดียมให้ใหม่ในราคา 50% เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะเป็นคะแนนบวก ที่ลูกค้าจะนำไปเปรียบเทียบกับร้านอื่นเพื่อการตัดสินใจ

4. สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า (Relationship)

ในยุคไอทีแบบนี้ การตลาดยุคเก่าที่ใช้เพียงแค่การ ลด แลก แจก แถม โฆษณา ประชาสัมพันธ์ เพียงแค่นี้คงไม่ได้ผลแล้ว การขายยุคนี้ต้องเน้นต่อยอด สร้างมูลค่าเพิ่มจากความสัมพันธ์ สร้างความเชื่อมั่น และความประทับใจให้กับลูกค้า ทำให้ลูกค้ามาซื้อซ้ำ ซื้อบ่อย ซื้อต่อเนื่อง และลูกค้าจะมีการบอกต่อ โดยชวนเพื่อน ชวนญาติมาซื้อด้วย ลูกค้าประเภทนี้จะมีมูลค่าสูง คุณสามารถสร้างความสัมพันธ์เหล่านี้ได้โดยการหมั่นอัพเดทข้อมูลข่าวสารที่หน้าร้านค้าออนไลน์ ในเฟสบุ๊ค หรือในอินสตาแกรม และใช้ช่องทางการแชทให้เกิดประสิทธิภาพ เพราะลูกค้าใหม่บางคนอาจไม่มั่นใจที่จะตัดสินใจซื้อในทันที คำแนะนำของคุณจะเป็นคะแนนสำคัญที่จะช่วยโน้มน้าวได้เป็นอย่างดี เมื่อคุณมีสินค้าแบบใหม่ๆมาลงขายเพิ่ม หรือจัดโปรโมชั่นลดราคา หรือให้สิทธิพิเศษในเดือนเกิด การแจ้งข้อความไปยังลูกค้าแต่ละคน จะทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความเป็นคนพิเศษ และเห็นถึงความใส่ใจของคุณ เหล่านี้ล้วนเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าทั้งสิ้น

5. รับผิดชอบในกรณีผิดพลาด (Responsibility)

ข้อนี้เป็นประเด็นสำคัญในการขายสินค้าออนไลน์ทุกชนิด เนื่องจากสินค้าที่ขายผ่านเว็บไซต์เป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ ลูกค้าจะตัดสินใจซื้อผ่านทางรูปภาพ และข้อมูลสินค้าที่ผู้ขายโพสต์ไว้เท่านั้น หากสินค้าที่ถูกส่งไปไม่ตรงกับที่ตกลงกัน สินค้าไม่เหมือนในรูป หรือเกิดความชำรุดเสียหาย ทำให้ลูกค้าไม่พึงพอใจ ทางร้านต้องรับผิดชอบเพื่อให้ลูกค้าเกิดความสบายใจ มิเช่นนั้น การบอกต่อเชิงลบ อาจทำลายความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ของคุณได้อย่างคาดไม่ถึง

ทางเลือกหนึ่งซึ่งป้องกันความผิดพลาดที่คุณไม่สามารถควบคุมได้คือ คุณต้องระบุเป็นข้อตกลงกับลูกค้าให้ชัดเจน ว่ากรณีใดบ้างที่คุณสามารถรับผิดชอบได้ และกรณีใดบ้างที่คุณไม่อาจรับผิดชอบ แล้วให้ลูกค้าอ่านและยินยอมต่อข้อตกลงดังกล่าวก่อนกดซื้อ

สุดท้ายนี้ ขอให้คุณรักษาความดี ดั่งเกลือรักษาความเค็ม ความจริงใจของคุณที่มีต่อลูกค้า เมื่อได้รับการพิสูจน์แล้วผ่านช่วงระยะเวลาหนึ่ง เชื่อเถอะว่าสุดท้ายแล้วแบรนด์สินค้าของคุณ จะเข้าไปนั่งอยู่ในหัวใจของลูกค้าตลอดไป


ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ : เปิดร้านออนไลน์ฟรีบน facebook


------------------------------------------------

No comments:

Post a Comment