Sunday, March 20, 2016

เจาะลึกการทำ Affiliate บน Facebook กับ Gjhub

สำหรับผู้ที่สนใจสมัครเป็นตัวแทนขายสินค้าออนไลน์กับ Gjhub แต่ยังไม่เคลียร์ในบางประเด็น บทความนี้ได้รวบรวมคำถาม-คำตอบเอาไว้ หวังว่าจะช่วยให้เข้าใจมากขึ้นค่ะ

Q : Gjhub คือใคร? ขายอะไร? เชื่อถือได้ไหม?

A : Gjhub เป็นเว็บไซต์ขายอัญมณีและเครื่องประดับของคนไทย สินค้าบนเว็บไซต์ Gjhub.com ประกอบด้วยจิวเวลรี่จากหลากหลายแบรนด์ ซึ่งล้วนมีคุณภาพดี รูปแบบสวยงาม มีเอกลักษณ์ และราคาไม่แพง สินค้าบนเว็บไซต์เป็นลักษณะซื้อได้ทันที ลูกค้าสามารถเลือกหยิบสินค้าใส่ตะกร้า และชำระเงินได้หลากหลายช่องทาง ผ่านระบบชำระเงินออนไลน์ที่มีความปลอดภัยสูง มีการเข้ารหัสภายใต้ระบบ SSL (https://) เชื่อมต่อไปยังธนาคารต่างๆอัตโนมัติ เว็บไซต์รองรับหลายภาษาและหลายสกุลเงิน การขายและการจัดส่งสามารถทำได้ทั่วโลก ไม่จำกัดเฉพาะตลาดภายในประเทศไทย

หลังการสั่งซื้อสินค้า ลูกค้าจะได้รับอีเมลอัตโนมัติแจ้งสถานะ เช่น อีเมลยืนยันการสั่งซื้อ, อีเมลแจ้งหมายเลข Tracking Number หรืออีเมลแจ้งเมื่อการจัดส่งเสร็จสิ้น เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสบายใจตลอดการสั่งซื้อ สินค้ารับประกันความพึงพอใจทุกชิ้น ไม่พอใจยินดีคืนเงินหรือเปลี่ยนชิ้นใหม่ได้
คลิกเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่นี่ >> https://www.gjhub.com

Q : แล้ว Affiliate คืออะไร? ทำยากไหม?

A : Affiliate Marketing เป็นการตลาดออนไลน์รูปแบบหนึ่ง คนที่ทำงานการตลาดรูปแบบนี้ จะถูกเรียกว่า Affiliate Marketer ซึ่งก็คือตัวแทนขายสินค้าออนไลน์นั่นเอง มีหน้าที่โปรโมทแนะนำสินค้า และจะได้รับค่าคอมมิสชั่นเมื่อสินค้าดังกล่าวขายได้ การโปรโมทสามารถทำได้ทั้งบนเว็บไซต์ เว็บบล็อก และนเฟสบุค แต่วิธีที่ง่ายที่สุด รวดเร็วที่สุด และประหยัดที่สุดในเวลานี้คือ การโปรโมทสินค้าบนเฟสบุคค่ะ

Q : ที่ว่าทำง่าย แล้วต้องทำอะไรบ้าง?

A : หลังจากคุณสมัครเป็นตัวแทนขายสินค้าออนไลน์กับ Gjhub เรียบร้อยแล้ว คุณต้อง
  1) ล็อกอินเข้าสู่ระบบตัวแทนขายของ Gjhub
  2) เลือกรูปแบนเนอร์สินค้าที่ต้องการโปรโมท
  3) กดแชร์รูปแบนเนอร์สินค้า

รูปแบนเนอร์ดังกล่าวจะปรากฎขึ้นบนเฟสบุคของคุณ พร้อมๆกับขึ้นเป็น News Feed หรือ Live Feed ให้เพื่อนของคุณเห็น ทั้งนี้คุณสามารถ Add Friend เพิ่มได้ไม่จำกัด เพื่อให้มีเพื่อนที่เห็นโพสต์มากขึ้น หรือถ้าคุณต้องการกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน การเปิด Facebook Page เพื่อโปรโมทสินค้าให้ตรงกับความชอบความสนใจ ก็สามารถทำได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

สำหรับผู้ที่มีจิตวิญญาณนักการตลาด ที่รู้จักเลือกรูปสินค้าและเขียนแนะนำสินค้าได้โดนใจ ก็ยิ่งทำให้สินค้านั้นน่าดูน่าคลิกมากยิ่งขึ้น โอกาสที่จะมีการสั่งซื้อสินค้าก็มากขึ้น ค่าคอมมิสชั่นที่คุณจะได้รับก็มากขึ้นเป็นเงาตามตัว เช่น โพสต์แบนเนอร์กำไลหนังเท่ๆ ลงใน Group สิงห์นักบิดที่คุณเป็นสมาชิกอยู่ พร้อมเขียนเชียร์สินค้าว่า ถ้ามีใส่เป็นแก๊งคงจะเท่น่าดู เป็นต้น

การแชร์รูปแบนเนอร์จากระบบ Affiliate ไปยังเฟสบุคนั้น เมื่อลูกค้าคลิกรูปจากเฟสบุคกลับมาที่เว็บไซต์ Gjhub.com ระบบจะสามารถติดตามได้ว่าคลิกมาจากตัวแทนขายคนใด โดยดูจากโค้ดตัวแทนขายที่ฝังอยู่ในรูป และเมื่อลูกค้าสั่งซื้อสินค้า ระบบจะคำนวณค่าคอมมิสชั่นให้ตัวแทนขายแบบอัตโนมัติ โดยตัวแทนขายสามารถดูรายงานต่างๆ ได้ตลอดเวลาในเมนูรายงานค่ะ

ข้อควรระวัง : การกดแชร์รูปสินค้าจากเฟสบุคของ Gjhub โดยตรง ไม่ใช่วิธีการแชร์ที่ถูกต้องนะคะ เนื่องจากรูปดังกล่าวยังไม่มีการแทรกโค้ดตัวแทนขายของคุณเอาไว้ หากมีการซื้อขายเกิดขึ้น ระบบจะไม่สามารถติดตามได้ว่าลูกค้าคลิกมาจากคุณ ดังนั้นคุณต้องล็อกอินเข้าสู่ระบบตัวแทนขาย แล้วค่อยกดแชร์รูปนะคะ

Q : สมัครฟรีไหม? สมัครอย่างไร? เงื่อนไขมีอะไรบ้าง?

A : การสมัครเป็นตัวแทนขายกับ Gjhub ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพียงกรอกข้อมูลประมาณ 2 นาที เช่น อีเมล ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร บัญชีธนาคาร เพื่อให้เราสามารถโอนเงินค่าคอมมิสชั่นให้คุณได้ หลังกดสมัคร คุณจะได้รับอีเมลยืนยันการสมัครเป็นตัวแทนขาย ให้คุณเปิดอ่านอีเมลเพื่อตั้งรหัสผ่าน และล็อกอินเข้าระบบตัวแทนขายได้ทันที

คลิก สมัครเป็น Affiliate Marketer กับ Gjhub ได้ที่นี่


Q : ได้ค่าคอมมิสชั่นเท่าไร คำนวณอย่างไร? โอนเงินวันไหน?

A : คุณจะได้รับค่าคอมมิสชั่น 18% ในทุกๆรายการที่ขายได้ ยกตัวอย่างเช่น คุณโพสต์รูปแหวน A บนเฟสบุค เพื่อนของคุณเข้ามาเห็นและคลิกสั่งซื้อแหวน A, กำไล B และต่างหู C ในกรณีนี้คุณจะได้รับค่าคอมมิสชั่นของสินค้าทั้ง 3 รายการ (ว้าว!!)

ค่าคอมมิสชั่นจะมีการหักภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ของราคาสินค้า และหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ของค่าคอมมิสชั่น ตามกฎหมายของประเทศไทย ขอยกตัวอย่างเพื่อความชัดเจนดังต่อไปนี้

- สมมุติลูกค้าสั่งซื้อแหวนราคา 3,000 บาท
- สินค้าจะถูกหัก VAT 7% = (3,000 x 7) / 100 = 210 บาท
- ราคาสินค้าหลังหัก VAT แล้ว = 3,000 - 210 = 2,790 บาท
- ค่าคอมมิสชั่น 18% = (2,790 x 18) / 100 = 502.20 บาท
หักภาษี ณ ที่จ่าย 3% = (502.20 x 3) / 100 = 15.066 บาท
- ค่าคอมมิสชั่นที่คุณจะได้รับ = 502.20 - 15.066 = 487.13 บาท

Gjhub จะจ่ายเงินค่าคอมมิสชั่นให้ตัวแทนขายสินค้าออนไลน์เป็นประจำทุกวันที่ 15 ของเดือน สำหรับการขายในเดือนที่ผ่านมา และจำนวนเงินขั้นต่ำอยู่ที่ 1,000 บาท หากค่าคอมมิสชั่นที่คุณทำได้ไม่ถึงยอดขั้นต่ำ ระบบจะทบยอดไปเดือนต่อไป

Q : ทำไมต้องหักภาษีเยอะแยะ มันคืออะไร?

A : ราคาสินค้าที่ขายบนเว็บไซต์ Gjhub เป็นราคาที่รวม Vat 7% แล้ว ดังนั้นสมมุติราคาขาย 100 บาท จริงๆคือสินค้าราคา 93 บาท และ Vat อีก 7 บาท เมื่อลูกค้าชำระเงินเข้ามา 100 บาท เรามีหน้าที่ส่ง 7 บาทนั้นให้สรรพากร ดังนั้นจึงเหลือ 93 บาทที่จะนำไปคิดคำนวณค่าคอมมิสชั่น

ส่วนภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% นั้น Gjhub ต้องทำการหักเอาไว้ตามที่กฎหมายกำหนด เนื่องจากตัวแทนขายสินค้าออนไลน์ที่ได้รับค่าคอมมิสชั่น ถือว่าเป็นผู้มีรายได้ และมีหน้าที่ต้องไปยื่นแบบเสียภาษีต่อกรมสรรพากร และหากคำนวณแล้วไม่มีภาษีต้องเสีย หรือภาษีสุทธิน้อยกว่าภาษีหัก ณ ที่จ่ายไว้ คุณก็ไม่ต้องชำระภาษีอีก

Q : มีการเก็บคุกกี้ไหม? เก็บนานเท่าไร?

A : ระบบ Affiliate ของ Gjhub เก็บคุกกี้ไว้นานถึง 3 เดือน นับจากวันที่ลูกค้าคลิกครั้งแรก นั่นหมายความว่า เพื่อนของคุณที่เคยคลิกรูปสินค้าจากเฟสบุคของคุณ อาจไม่ได้ตัดสินใจสั่งซื้อสินค้าในทันที แต่ในอนาคตเขาอาจเข้าเว็บ Gjhub อีกครั้ง และสั่งซื้อสินค้าใดๆ หากยังอยู่ในช่วงเวลา 3 เดือน นับจากวันที่คลิกครั้งแรก Gjhub ก็ยังคงให้ค่าคอมมิสชั่นตอบแทนแก่คุณ และไม่เคลียร์คุกกี้ทิ้งเมื่อขายได้ นั่นหมายความว่าหากเพื่อนของคุณกลับมาซื้อซ้ำอีก คุณก็ยังได้รับค่าคอมมิสชั่นอีก

Note : ระบบ Affiliate หลายที่ เก็บคุกกี้ไว้เพียง 15 วันเท่านั้น หรือเคลียร์คุกกี้ทิ้งเมื่อคุณขายครั้งแรกได้

Q : ต้องสต็อกและจัดส่งสินค้าไหม?

A : ไม่ต้องค่ะ คุณไม่ต้องปวดหัวกับการบริหารสต็อก ไม่มีความเสี่ยงเรื่องสินค้าสูญหายหรือเสียหาย ไม่ต้องแพ๊คกิ้ง ไม่ต้องเสียเวลานำสินค้าไปจัดส่ง การเป็นตัวแทนขายสินค้าออนไลน์กับ Gjhub คุณมีหน้าที่เพียงแค่แชร์รูปสินค้าบนเฟสบุคเท่านั้น


คลิก สมัครเป็น Affiliate Marketer กับ Gjhub ได้ที่นี่

หากมีคำถามเพิ่มเติม ติดต่อหาเราได้ที่ support@gjhub.com
หรือโทร 081 5641898, 094 3513838

หมายเหตุ : เยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ควรได้รับคำแนะนำและได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองของท่านก่อนสมัครเป็นตัวแทนขายสินค้าออนไลน์


 -------------------------------------------------

Saturday, March 19, 2016

การใช้งานระบบ Affiliate Program ของ Gjhub

ตัวแทนขายสินค้าที่สมัครและตั้งรหัสผ่านแล้ว ครั้งถัดไปคุณสามารถล็อกอินเข้าสู่ระบบได้ โดยเข้าเว็บไซต์ www.gjhub.com แล้วเลื่อนจอลงมาล่างสุด คลิกเข้าเมนู Affiliate Login 

สำหรับผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์, โน๊ตบุ๊ค และแท็บเล็ต จะเห็นหน้าจอเมนูแบบนี้




สำหรับผู้ใช้โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน จะเห็นหน้าจอเมนูแบบนี้



ในหน้า Affiliate Login ให้คุณกรอก Email และ Password ตามที่ได้ลงทะเบียนไว้ เพื่อล็อกอินเข้าสู่ระบบ


เมื่อล็อกอินเข้าสู่ระบบแล้ว คุณจะเจอหน้า Home ซึ่งแสดงข้อมูลทั่วไปของคุณ เช่น ค่าคอมมิสชั่นที่ทำได้ในช่วง 30 วัน, Conversion Rate เป็นต้น




ให้คลิกที่เมนู โปรโมชั่น เลือกเมนูย่อย แบนเนอร์ จากนั้นเลื่อนจอลงมาเรื่อยๆ จะปรากฎแบนเนอร์สินค้าทั้งหมดให้คุณเลือก



เนื่องจากสินค้ามีหลายแบรนด์ แต่ละแบรนด์ให้ค่าคอมมิสชั่นไม่เท่ากัน ตรงพื้นที่สีเขียว คุณสามารถเลือกดูแคมเปญได้ว่าสินค้าแบรนด์ไหนให้ค่าคอมมิสชั่นเท่าไรบ้าง จากนั้นกดปุ่ม Apply



คุณจะเห็นรูปสินค้าตามแบรนด์ที่คุณเลือก สามารถคลิกลูกศร > เล็กๆ ที่ส่วนบนสุดหรือล่างสุดของหน้า เพื่อดูรูปสินค้าในหน้าถัดๆไปได้ เมื่อเจอรูปแบนเนอร์ที่ถูกใจและต้องการโปรโมท ให้คลิกปุ่ม f Share ใต้รูปได้เลย


จากนั้นจะมีกล่องข้อความเปิดขึ้นมา คุณสามารถพิมพ์ข้อความแนะนำสินค้าสั้นๆได้ จากนั้นกดปุ่ม แชร์ลิ้งค์ (Share Link) รูปแบนเนอร์ดังกล่าวก็จะไปปรากฎบนเฟสบุคของคุณทันที (เสร็จสิ้นขั้นตอนการแชร์รูปแล้วค่ะ)




สำหรับหน้าจอมือถือ คุณก็สามารถพิมพ์ข้อความแนะนำสินค้าสั้นๆได้เช่นกัน จากนั้นกดปุ่ม โพสต์ (Post) รูปแบนเนอร์สินค้าดังกล่าวก็จะไปปรากฎบนเฟสบุคของคุณทันที (เสร็จสิ้นขั้นตอนการแชร์แล้วค่ะ)



อย่าลืมตั้งเป็น สาธารณะ (Public) นะคะ (สัญลักษณ์ลูกโลก) เพื่อให้เพื่อนของคุณเห็นรูปนี้เยอะๆ ค่ะ

ข้อแนะนำ
  1) เลือกแชร์รูปสินค้าที่คิดว่าเพื่อนๆ ของคุณจะสนใจมากที่สุด
  2) การเขียนเชียร์สินค้าสั้นๆ ช่วยกระตุ้นการสั่งซื้อสินค้าได้
  3) คุณควรล็อกอินเข้าระบบตัวแทนขาย เพื่อแชร์รูปสินค้าใหม่ๆอยู่เสมอ

กรณีที่คุณต้องการโปรโมทสินค้าบนบล็อกหรือเว็บไซต์ ให้คุณกดปุ่ม "Get banner code" ใต้รูปแบนเนอร์สินค้า แล้ว Copy โค้ดดังกล่าวไปวางในส่วน HTML บนบล็อกหรือเว็บไซต์ของคุณได้ทันที

คำเตือน : การกดแชร์รูปสินค้าจากเฟสบุคของ Gjhub หรือกดแชร์รูปจากหน้าเว็บไซต์ Gjhub ไม่ใช่การแชร์รูปสินค้าที่ถูกต้อง การกดแชร์แบบนั้นคุณจะไม่ได้รับค่าคอมมิสชั่นนะคะ*** 

วิธีการแชร์รูปสินค้าที่ถูกต้อง คือคุณต้องล็อกอินเข้าระบบตัวแทนขาย (Affiliate) แล้วกดแชร์รูปตามคำแนะนำในบทความนี้ เพราะการล็อกอินจะทำให้ระบบทราบว่าคุณเป็นใคร และเมื่อคุณกดแชร์รูป ระบบจะทำการ
แทรกโค้ดตัวแทนขายของคุณไว้ในรูปดังกล่าว เมื่อใครก็ตามคลิกที่รูปนั้น ระบบจะตรวจสอบได้ว่าคลิกมาจากตัวแทนขายคนใด และสามารถคำนวณค่าคอมมิสชั่นให้ได้ในที่สุดค่ะ ทุกอย่างเป็นระบบอัตโนมัติหมดนะคะ ต่างจากการเป็นตัวแทนขายสินค้าแบบทั่วไป

จะเห็นว่าการเป็นตัวแทนขายกับ Gjhub ไม่ยากเลย เพียงแค่คุณ ล็อกอิน > เลือกรูป > กดแชร์ พิมพ์เชียร์สินค้าสั้นๆ เท่านี้เองค่ะ


หากมีคำถามเรื่องการล็อกอินหรือการแชร์รูป ติดต่อหาเราได้ที่
support@gjhub.com / rasita@gjhub.com

หรือโทร 094 3513838, 081 5641898


-------------------------------------------------

Thursday, March 17, 2016

วิธีการสมัครเป็นตัวแทนขายสินค้าออนไลน์กับ Gjhub

เมื่อคุณต้องการสมัครเป็นตัวแทนขายสินค้าออนไลน์กับ Gjhub
ให้คุณเข้าเว็บไซต์ www.gjhub.com แล้วจิ้มลูกศรสีฟ้า หรือปุ่ม Login บริเวณมุมขวาบนของจอ 
จากนั้นเลือกเมนู สมัครเป็นตัวแทนขายสินค้า




จะปรากฎแบบฟอร์มการสมัครตัวแทนขายสินค้า โดยด้านบนเป็นข้อมูลที่ตัวแทนขายควรทราบ ส่วนด้านล่างเป็นแบบฟอร์มสำหรับกรอกข้อมูลการสมัคร

ให้คุณกรอกข้อมูลลงในแบบฟอร์มให้ครบถ้วนทุกช่อง ดังรูปตัวอย่าง แล้วติ๊กถูกที่กล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ หน้าคำว่า I agree to the terms & conditions เพื่อยอมรับข้อตกลง เสร็จแล้วกดปุ่ม Signup 

หมายเหตุ : Email เป็นข้อมูลสำคัญลำดับแรก คุณต้องกรอกอีเมลเดียวกับอีเมลเฟสบุคที่คุณใช้งานอยู่ เพื่อให้คุณสามารถแชร์รูปไปยังไทม์ไลน์ของคุณได้




หลังกด Signup แล้ว ระบบจะแจ้งว่า "บันทึกข้อมูลการสมัครเรียบร้อยแล้ว" คุณจะได้รับอีเมลยืนยันการสมัครทันที 1 ฉบับ



กรุณาตรวจสอบอีเมล โดยให้มองหาที่กล่อง "จดหมายขยะ" (Spam หรือ Junk) ถ้าหาไม่เจอให้กดเมนู "เพิ่มเติม" เพราะจดหมายขยะมักถูกซ่อนไว้



เมื่อคุณเจออีเมลยืนยันการสมัครเป็นตัวแทนขาย ดังรูปด้านล่าง กรุณาอ่านแล้วทำตามขั้นตอนที่อีเมลแนะนำ




ในอีเมลจะบอกให้คุณคลิกลิ้งค์ตรงเลข 1 และลิ้งค์ตรงเลข 2
เมื่อคลิกลิ้งค์ตรงเลข 1 ระบบจะให้คุณตั้งรหัสผ่าน (Password) ซึ่งมีหน้าจอ Set Password ดังรูปด้านล่างนี้



ให้คุณตั้งรหัสผ่านโดยพิมพ์ 2 ครั้งให้เหมือนกัน และกรอกโค้ดตามที่คุณเห็น จากนั้นกดปุ่ม Set password and Login ระบบจะบันทึกรหัสผ่านที่คุณตั้ง และล็อกอินเข้าสู่ระบบตัวแทนขายทันที

หมายเหตุ : กรุณาจดจำ Email และ Password ที่คุณตั้ง เพื่อใช้ล็อกอินในครั้งต่อไป

ให้คุณกลับไปกดลิ้งค์ตรงเลข 2 ในอีเมล เพื่ออ่านวิธีการใช้งานและวิธีการแชร์รูปสินค้าที่ถูกต้อง
หรือสามารถ
คลิกอ่านได้ที่นี่ >> http://goo.gl/mL6SjG

เพียงคุณทำตามขั้นตอนเหล่านี้ คุณก็จะสามารถล็อกอินเข้าสู่ระบบตัวแทนขายของ Gjhub และแชร์รูปสินค้าไปบนเฟสบุคของคุณได้อย่างถูกวิธีแล้วค่ะ

หากมีคำถามเพิ่มเติม ติดต่อหาเราได้ที่ support@gjhub.com
หรือโทร 081 5641898, 094 3513838

หมายเหตุ : เยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ควรได้รับคำแนะนำและได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองของท่านก่อนสมัครเป็นตัวแทนขายสินค้าออนไลน์



------------------------------------------------

Affiliate บน Facebook ทางเลือกใหม่ในการขายสินค้าออนไลน์


ปัจจุบัน มีพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของบนเฟสบุคจำนวนมาก และมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุผลคือ ทำง่ายและไม่ต้องลงทุนสูง แต่ทว่าหลายคนกลับติดปัญหาว่า ไม่รู้จะหาอะไรมาขายดี ของที่ขายง่ายก็มีคู่แข่งจำนวนมาก ส่วนของที่ขายยากๆ ก็ไม่แน่ใจว่าตัวเราจะขายได้รึเปล่า

การเป็น "ตัวแทนขายสินค้า" จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดทางหนึ่ง เนื่องจาก ตัวแทนไม่ต้องสต็อกสินค้า ไม่ต้องรับภาระการจัดส่ง ตัวแทนมีหน้าที่โปรโมตขายสินค้า และจะได้รับค่าคอมมิสชั่นเมื่อขายสินค้าได้ หรือได้กำไรส่วนต่างจากการบวกราคาเพิ่ม

การเป็นตัวแทนขายสินค้าออนไลน์ ได้รับความนิยมอย่างสูงในช่วงเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา มีนักการตลาดออนไลน์จำนวนมากสมัครเป็น Affiliate Marketer เพื่อโปรโมตสินค้าจากเว็บไซต์ eBay และ Amazon โดยหลายคนได้รับค่าคอมมิสชั่นหลักแสนหรือหลักล้านบาทต่อเดือน มีการจัดคอร์สสอนเทคนิคการทำ Affiliate ให้ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นช่องทางสร้างรายได้ที่คนยุคใหม่ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

Affiliate Marketer หรือตัวแทนขายสินค้าออนไลน์ มีหน้าที่ โปรโมทสินค้าให้คนเห็น เขียนเชียร์สินค้าให้น่าสนใจ ให้อ่านแล้วเกิดความรู้สึกอยากซื้อให้มากที่สุด ลองนึกถึงตัวเรา บางครั้งเราไม่ได้มีความต้องการสินค้านั้นมาก่อน แต่พอได้เห็นโฆษณาที่กระตุ้นอารม เราเกิดมีความรู้สึกอยากได้สินค้านั้นขึ้นมาทันที นี่คือศาสตร์และศิลป์ของการขายสินค้าที่นักขายต้องเรียนรู้

" Affiliate บน Facebook "

Facebook ถือเป็นสังคมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด คนไทยเล่นเฟสบุคมากถึง 35 ล้านบัญชี ถือเป็นอันดับ 3 ในอาเซียน มีอัตราการเติบโตกว่า 34.62% เมื่อผู้คนจำนวนมากหลั่งไหลมารวมตัวกันบนเฟสบุค การตลาดออนไลน์จึงเริ่มปรับตัวตามมาเสิร์ฟสินค้าบนเฟสบุคมากขึ้นเช่นกัน

Gjhub จึงสร้างระบบ Affiliate ที่ช่วยให้นักการตลาดออนไลน์สามารถโพสต์รูปสินค้าไปบนเฟสบุคได้อย่างง่ายดาย สะดวก รวดเร็ว รวมทั้งสามารถ Tracking ติดตามการคลิกรูปและการซื้อสินค้าได้แบบเป็นระบบ

หลังจากคุณแชร์รูปสินค้าออกไป และเพื่อนของคุณเข้ามาคลิกรูปสินค้า ระบบจะลิ้งค์เข้าสู่เว็บไซต์ Gjhub.com ซึ่งมีรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมพร้อมระบบ Shopping Online โดยเพื่อนของคุณสามารถหยิบสินค้าใส่ตะกร้า และชำระเงินได้ทันที เมื่อการซื้อขายเสร็จสมบูรณ์ ระบบ Affiliate จะคำนวณค่าคอมมิสชั่นให้คุณอัตโนมัติ

การโพสต์หรือแชร์รูปเครื่องประดับสวยๆ บนเฟสบุค ไม่ต่างจากการโพสต์รูปอาหาร สถานที่ หรือไลฟ์สไตล์อื่นๆของคุณ การเขียนเชียร์สินค้าแบบเป็นธรรมชาติ จะทำให้เพื่อนไม่รู้สึกว่าคุณกำลังขายของ จึงไม่ต้องกังวลว่าเพื่อนจะรังเกียจ และนี่คือช่องทางที่คุณจะมีรายได้เพิ่มจากการเล่นเฟสบุค


คลิก สมัครเป็นตัวแทนขายสินค้ากับ Gjhub ได้ที่นี่
หรือเข้าหน้าเว็บ https://www.gjhub.com/login.php คลิกปุ่มสีส้ม สมัครเป็นตัวแทนขายสินค้า

หากมีคำถามเพิ่มเติม ติดต่อหาเราได้ที่ support@gjhub.com หรือโทร 081 5641898, 094 3513838


หมายเหตุ : เยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ควรได้รับคำแนะนำและได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองของท่านก่อนสมัครเป็นตัวแทนขายสินค้าออนไลน์



------------------------------------------------


Monday, November 16, 2015

ธุรกิจไทยจะไร้ที่ยืน หากไม่ปรับตัวตั้งแต่วันนี้

แนวโน้มของธุรกิจทั่วโลกในปัจจุบัน ต่างเปิดรับและนำเทคโลยีเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการนำพาธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง และขยายขอบเขตการทำธุรกิจออกไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ธุรกิจในประเทศไทยก็กำลังเข้าสู่การปรับตัวเช่นเดียวกัน แต่ดูเหมือนการปรับตัวของธุรกิจไทยจะค่อนข้างช้ากว่าประเทศอื่นๆ ซึ่งหากเป็นอย่างนี้ต่อไป ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ธุรกิจบางประเภทของไทยจะไร้ที่ยืนในตลาดประเทศตัวเอง!! ทำไมจึงพูดเช่นนี้?​ ลองมาดูกัน

เม็ดเงินจากธุรกิจสื่อไหลออกนอกประเทศอย่างต่อเนื่อง

การโฆษณาในปัจจุบันเปลี่ยนรูปโฉมไปอย่างมาก สื่อออฟไลน์อย่าง โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ นับวันมีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะทั้งมีราคาแพง ไม่สามารถประเมินผล วัดประสิทธิภาพได้ รวมทั้งไม่สามารถเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ตรงตัวเหมือนสื่อออนไลน์ ทำให้เม็ดเงินในธุรกิจสื่อ เริ่มย้ายจากสื่อออฟไลน์มายังสื่อออนไลน์อย่างเห็นได้ชัด ทำให้ธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่หรือเล็ก ต่างเทงบประมาณการตลาดมาลงสื่อออนไลน์อย่างเต็มที่ เพราะทั้งราคาถูกกว่า, มีประสิทธิภาพมากกว่า, วัดผลได้แม่นยำกว่า และเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายได้อย่างตรงตัวและรวดเร็วกว่า



แต่เม็ดเงินที่ถูกเทไปยังสื่อออนไลน์ กว่า 50% ล้วนเป็น “สื่อโฆษณาออนไลน์ของต่างประเทศ” ทั้ง Google, Facebook, Youtube, Line ฯลฯ นั่นหมายความว่า นอกจากธุรกิจสื่อออฟไลน์ของไทยกำลังถดถอยลงเรื่อยๆแล้ว เม็ดเงินในธุรกิจสื่อออนไลน์ก็ถูกจ่ายออกไปให้กับต่างชาติเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย แถมรัฐบาลไทยแทบไม่ได้เงินภาษีส่วนนี้เลย นับเป็นเงินหลายพันล้านบาททีเดียว


ต่างชาติจะบุกเข้ามาแย่งลูกค้าภายในประเทศไทยผ่านทางออนไลน์

ปัจจุบันคนไทยใช้อินเตอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และนิยมหันมาซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ธุรกิจไทยทั้งขนาดเล็กและใหญ่เริ่มปรับตัวสร้างช่องทางการขายสินค้าออนไลน์เพิ่มมากขึ้น แต่ก็ยังถือว่าเดินเกมได้ค่อนข้างช้า แถมบางธุรกิจยังไม่ขยับตัวด้วยซ้ำ ในขณะที่เว็บไซต์จากต่างชาติใส่เกียร์เดินหน้าเต็มที่ หลายเว็บเริ่มบุกเข้ามาขายในประเทศไทยแล้ว โดยเมื่อก่อนเว็บไซต์ต่างชาติเหล่านี้มักใช้ภาษาอังฤกษเป็นหลัก แต่ด้วยความต้องการที่จะขยายตลาดออนไลน์เข้ามาฝังรากลึกในประเทศไทย จึงมีการพัฒนาให้รองรับภาษาไทยเพิ่มมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่นเว็บไซต์ lightinthebox.com เว็บไซต์สินค้าออนไลน์จากประเทศจีน ปัจจุบันรองรับมากถึง 27 ภาษา รวมถึงภาษาไทยด้วย ทำให้คนไทยสามารถซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ต่างประเทศได้สะดวกสบายมากขึ้น เพราะด้วยราคาที่ถูกกว่า แถมสินค้ายังส่งตรงจากโรงงานในประเทศจีน มาถึงมือผู้รับในประเทศไทย โดยใช้เวลาเพียง 3-7 วันเท่านั้น

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ส่งผลกระทบกับผู้ประกอบไทยที่ทำธุรกิจนำเข้าสินค้าโดยตรง และขณะนี้ยังมีอีกหลายเว็บไซต์ที่กำลังพัฒนาให้รองรับภาษาไทยมากขี้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ในอีก 3-5 ปีข้างหน้านี้ ประเทศไทยจะมีสินค้ามากมายจากต่างประเทศ ล้นทะลักเข้ามาขายในตลาดออนไลน์เมืองไทยอย่างต่อเนื่อง โดยคนไทยสามารถคลิกซื้อได้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส แต่เงินทั้งหมดนั้นวิ่งเข้ากระเป๋าชาวต่างชาติทั้งสิ้น!! สิ่งนี้จะกระทบต่อธุรกิจไทยเต็มๆ ซึ่งอาจจะทำให้บางธุรกิจของไทยแทบไร้ที่ยืนทันที

สิ่งที่เราควรทำมากที่สุดในตอนนี้ คือการเรียนรู้และปรับตัว เพื่อเตรียมรับมือกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น อย่าชะล่าใจด้วยการขายสินค้ากับช่องทางเดิมๆ เพราะเมื่อถึงวันนั้นคุณอาจได้แค่ยืนมองทำตาปริบๆ และไร้ที่ยืนจริงๆ เพราะนี่คือแนวโน้มที่เกิดขึ้นแล้ว และกำลังจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต


------------------------------------------

ขอบคุณข้อมูลจาก www.pawoot.com

Friday, October 23, 2015

ทำไมจึงควรขายจิวเวลรี่กับ Gjhub.com

เราเชื่อว่าผู้ขายหลายท่าน คงมีประสบการณ์ขายจิวเวลรี่บนเว็บไซต์ หรือบนโซเชียลมีเดียกันมาบ้างแล้ว ทั้ง Facebook, Instagram, Line, WhatsApp หรือไปขายของออนไลน์บนเว็บไซต์ดังในต่างประเทศ เช่น eBay และ Amazon ซึ่งแต่ละท่านคงได้รับประสบการณ์การขายที่แตกต่างกันไป บางคนก็ขายได้ดี ขายได้เรื่อยๆ แต่บางคนก็ค่อนข้างโชคร้าย ขายไม่ได้ หรือขายแล้วโดนลูกค้าโกงก็มี...

วันนี้ที่ประเทศไทย มีเว็บไซต์หนึ่งได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อขายอัญมณีและเครื่องประดับออนไลน์โดยเฉพาะ นั่นคือเว็บไซต์ Gjhub.com  ถ้าถามว่าทำไมต้องทำเว็บเพื่อขายจิวเวลรี่โดยเฉพาะ? ทำไมไม่ขายสินค้าให้หลากหลายเหมือนเว็บไซต์อื่นๆ แบบนั้นไม่ดีกว่าหรือ?

แนวคิดของเรา คือการสร้างตลาดออนไลน์สำหรับสินค้าประเภทอัญมณีและเครื่องประดับโดยเฉพาะ ไม่ต้องการให้มีสินค้าประเภทอื่นปะปน เพราะสินค้ากลุ่มจิวเวลรี่เป็นสินค้าสวยงาม เป็นสินค้าฟุ่มเฟือย ไม่ใช่สินค้าอุปโภคบริโภคแบบสินค้าทั่วๆไป จึงต้องมีการควบคุมและบริหารจัดการที่แตกต่างจากสินค้าอื่น นอกจากนี้ การสร้างตลาดเฉพาะ
 (Niche Market) ทำให้เราสามารถทำการตลาด วิเคราะห์กลุ่มคีย์เวิร์ด จัดแคมเปญ จัดโปรโมชั่น หรือโฆษณาประชาสัมพันธ์ได้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากกว่าการมีสินค้าหลายชนิด

เราเชื่อว่า การโฟกัสไปที่เรื่องใดเรื่องหนึ่งเพียงเรื่องเดียว โดยเฉพาะเรื่องที่เราถนัดที่สุด เราจะทำมันได้ดีกว่าการทำหลายๆอย่าง

Gjhub.com ถูกพัฒนาให้เป็นห้างสรรพสินค้าออนไลน์ขายอัญมณีและเครื่องประดับ ในรูปแบบ B2C (เจ้าของแบรนด์มาร่วมขายสินค้ากับเรา) การซื้อขายสินค้าบนเว็บไซต์เป็นลักษณะ ซื้อได้ทันที (Buy It Now) หากคุณคือหนึ่งในผู้ผลิตสินค้าประเภทอัญมณีและเครื่องประดับ ที่มั่นใจว่าสินค้าของคุณมีคุณภาพดี มีดีไซน์ มีอัตลักษณ์ คุณสามารถติดต่อขอร่วมขายสินค้ากับเราได้ เราจะเป็นผู้ดูแลการขายออนไลน์ให้กับคุณทั้งหมด ตั้งแต่การสร้างร้านค้า ตกแต่งร้านค้า ถ่ายรูป โพสต์สินค้า ทำแบนเนอร์โฆษณา โปรโมตสินค้า ดูแลการซื้อขาย แพ็คกิ้งและจัดส่งสินค้า อัพเดทสถานะการจัดส่งให้ลูกค้าทราบ รวมถึงตอบคำถามต่างๆจากลูกค้าแทนคุณ


หากถามว่าทำไม Gjhub ต้องทำให้หมดทุกอย่าง คำตอบนี้คงต้องย้อนกลับไปเมื่อสัก 1 ปีก่อนหน้านี้... ในตอนนั้นเราเองก็ตั้งใจพัฒนา Portal Website ที่ Provide ระบบพื้นฐานต่างๆ สำหรับให้เจ้าของสินค้าเข้ามาโพสต์ขายสินค้าด้วยตัวเอง ตกแต่งร้านค้าเอง ดูแลการขายและการจัดส่งเอง เหมือนอย่าง eBay หรือเว็บไซต์ทั่วไป แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ผู้ผลิตจิวเวลรี่ไทยจำนวนมากยังไม่มีความพร้อมที่จะขายสินค้าออนไลน์ด้วยตัวเอง

ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจาก ผู้ผลิตจิวเวลรี่ไทยส่วนใหญ่เป็น OEM รับจ้างผลิตให้กับต่างชาติมานานหลายสิบปี การขายที่ถนัดที่สุดคือ การรับจ้างผลิตเป็นล็อตใหญ่ๆ หรือต้องมี Volumn มากพอสมควร ทำให้ผู้ผลิตจิวเวลรี่ติดภาพการขายจำนวนมาก (Wholesale) จึงไม่คุ้นเคยกับการผลิตสินค้ามาสต็อกไว้เพื่อขายปลีก (Retail) นอกจากจะไม่เคยชินกับการขายปลีกแล้ว ยังมีประเด็นอื่นอีก เช่น เรื่องสถานที่ขาย ถ้าจะเปิดหน้าร้าน ต้องหาทำเลที่ดี ต้องคิดเรื่องเงินลงทุน วิธีทำการตลาด หรือถ้าจะขายบนเว็บไซต์ จะไปจ้างเขียนเว็บเฉพาะขึ้นมา หรือจะใช้เว็บสำเร็จรูป หรือจะเอาของไปฝากขายบนเว็บคนอื่น แบบไหนจะดีกว่ากัน แล้วการขายปลีกจำเป็นต้องมีแบรนด์ ดังนั้นต้องมีงานสร้างแบรนด์อีกด้วย โอ้ววว... คือมีอีกหลายเรื่องที่คุณจำเป็นต้องคิดและต้องทำ เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ หลายคนก็ถอดใจ แล้ววนกลับไปรับจ้างผลิตเหมือนเดิม ไม่สามารถก้าวออกมาจากจุดนั้นได้ ทั้งๆที่ใจก็อยากจะมีแบรนด์ของตัวเอง อยากเพิ่มช่องทางการขาย อยากปรับตัว อยากแข่งขันได้ อยากเพิ่มมูลค่าสินค้าให้สูงขึ้น

จากสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ จะเห็นว่ามีผู้ประกอบการจำนวนไม่มากนักที่จะมีความพร้อม หรือมีความกล้าและความแน่วแน่มากพอ ที่จะก้าวออกมาจากการเป็น OEM เพื่อสร้างแบรนด์ด้วยตัวเองอย่างจริงจัง ทาง Gjhub เข้าใจในจุดนี้ จึงได้ทบทวนรูปแบบเว็บไซต์ใหม่ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเริ่มต้นขายจิวเวลรี่ออนไลน์ได้ โดยลดภาระของผู้ประกอบการให้น้อยที่สุด ในลักษณะของการฝากขาย โดย Gjhub จะทำหน้าที่บริหารจัดการและดูแลการขายจิวเวลรี่ออนไลน์แทนคุณทั้งหมด เพื่อให้ผู้ผลิตจิวเวลรี่ได้โฟกัสอยู่กับเรื่องการผลิตเป็นหลัก แล้วปล่อยให้การขายจิวเวลรี่ออนไลน์เป็นหน้าที่ของ Gjhub จนกระทั่งถึงวันที่คุณพร้อมที่จะดูแลร้านค้าออนไลน์ด้วยตัวคุณเอง

โดยปกติเว็บไซต์ที่เป็น e-Marketplace จะ Provide เพียงระบบพื้นฐานเพื่อให้คุณโพสต์ขายสินค้าด้วยตัวเอง ซื้อโฆษณาโปรโมตสินค้าเอง ขายเอง จัดส่งเอง และคุยโต้ตอบกับลูกค้าด้วยตัวเอง สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณสนใจที่จะเรียนรู้และลงมือทำ แต่หากวันนี้คุณยังไม่พร้อม เรายินดีช่วยทำหน้าที่นี้แทนคุณ

สนใจฝากขายจิวเวลรี่กับเว็บไซต์ https://www.gjhub.com/
ติดต่อสอบถาม : support@gjhub.com
Hotline : 094 351 3838


------------------------------------------------

Monday, September 21, 2015

ข้อแนะนำสำหรับผู้ขายจิวเวลรี่ออนไลน์มือใหม่

การขายจิวเวลรี่ออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จนั้น มีปัจจัยพื้นฐานเหมือนการขายสินค้าทั่วไป ที่คุณต้องสั่งสมความน่าเชื่อถือ ผ่านสินค้าที่ดีมีคุณภาพ รักษาฐานลูกค้าเดิม เพิ่มลูกค้าใหม่ มีกิจกรรมส่งเสริมการขาย และมีการให้บริการที่ดี ซึ่งคุณต้องรักษามาตรฐานเหล่านี้ให้คงอยู่เสมอต้นเสมอปลาย ซึ่งพอจะสรุปได้ 5 ข้อดังนี้

1. พัฒนาสินค้า (Product)

การพัฒนาเครื่องประดับเพื่อขายทางออนไลน์นั้น ควรเน้นที่รูปลักษณ์และความทันสมัยเป็นหลัก เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ที่เข้ามาซื้อจะเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ มีความรู้ และสามารถสืบค้นเปรียบเทียบข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตได้ ดังนั้นสินค้าที่คุณนำมาขายจึงต้องมีรูปลักษณ์ที่สวยงาม มีการนำเสนอที่ดึงดูดน่าสนใจ และเป็นสินค้าที่ดีมีคุณภาพ เพราะใครๆก็อยากได้ของดีของถูกใจทั้งสิ้น ไม่ว่าราคาจะแพงแค่ไหนก็ซื้อได้ และจะกลับมาซื้อซ้ำอีกแน่นอน เพราะหาซื้อง่าย ดีไซน์สวย และตอบโจทย์ความต้องการ

2. สร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ (Image)

คุณต้องหาจุดเด่นของจิวเวลรี่ที่คุณจะขายให้ได้ เพราะนั่นคือสิ่งที่ลูกค้าจะจดจำคุณ ให้ลองนึกดูว่า ถ้าคุณอยากจะบอกลูกค้าว่าสินค้าของคุณดี ควรบอกลูกค้าว่าอย่างไร โดยพยายามใช้คำพูดสั้นๆง่ายๆ เช่น ใช้พลอยคัดพิเศษ Machine Cut, ตัวเรือนเงินแท้ 925 Nickel Free, สินค้าชุบโรเดียมหนาถึง 1.0 ไมครอน ขาวแวววาวยาวนาน, สินค้าได้รับการออกแบบโดยดีไซเนอร์รุ่นใหม่ เจ้าของรางวัล.... และอีกมากมายที่คุณสามารถนำมาพูดกับลูกค้าได้ อีกอย่าง การสร้าง Story ที่มาที่ไป หรือแรงบันดาลใจ ก็สามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อแบรนด์ได้เช่นกัน 

3. พ่วงบริการ (Service)

คุณสามารถเพิ่มยอดขายด้วยการให้บริการได้ เหมือนเป็นการพ่วงบริการเสริม หรือให้สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าของคุณ เช่น บริการจัดส่งฟรี, ยินดีให้คำแนะนำเรื่องเครื่องประดับโดยผู้เชี่ยวชาญ, รับประกันคุณภาพสินค้า ไม่พอใจยินดีคืนเงิน, บริการทำความสะอาดสินค้าให้ตลอดอายุการใช้งาน, ยินดีชุบโรเดียมให้ใหม่ในราคา 50% เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะเป็นคะแนนบวก ที่ลูกค้าจะนำไปเปรียบเทียบกับร้านอื่นเพื่อการตัดสินใจ

4. สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า (Relationship)

ในยุคไอทีแบบนี้ การตลาดยุคเก่าที่ใช้เพียงแค่การ ลด แลก แจก แถม โฆษณา ประชาสัมพันธ์ เพียงแค่นี้คงไม่ได้ผลแล้ว การขายยุคนี้ต้องเน้นต่อยอด สร้างมูลค่าเพิ่มจากความสัมพันธ์ สร้างความเชื่อมั่น และความประทับใจให้กับลูกค้า ทำให้ลูกค้ามาซื้อซ้ำ ซื้อบ่อย ซื้อต่อเนื่อง และลูกค้าจะมีการบอกต่อ โดยชวนเพื่อน ชวนญาติมาซื้อด้วย ลูกค้าประเภทนี้จะมีมูลค่าสูง คุณสามารถสร้างความสัมพันธ์เหล่านี้ได้โดยการหมั่นอัพเดทข้อมูลข่าวสารที่หน้าร้านค้าออนไลน์ ในเฟสบุ๊ค หรือในอินสตาแกรม และใช้ช่องทางการแชทให้เกิดประสิทธิภาพ เพราะลูกค้าใหม่บางคนอาจไม่มั่นใจที่จะตัดสินใจซื้อในทันที คำแนะนำของคุณจะเป็นคะแนนสำคัญที่จะช่วยโน้มน้าวได้เป็นอย่างดี เมื่อคุณมีสินค้าแบบใหม่ๆมาลงขายเพิ่ม หรือจัดโปรโมชั่นลดราคา หรือให้สิทธิพิเศษในเดือนเกิด การแจ้งข้อความไปยังลูกค้าแต่ละคน จะทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความเป็นคนพิเศษ และเห็นถึงความใส่ใจของคุณ เหล่านี้ล้วนเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าทั้งสิ้น

5. รับผิดชอบในกรณีผิดพลาด (Responsibility)

ข้อนี้เป็นประเด็นสำคัญในการขายสินค้าออนไลน์ทุกชนิด เนื่องจากสินค้าที่ขายผ่านเว็บไซต์เป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ ลูกค้าจะตัดสินใจซื้อผ่านทางรูปภาพ และข้อมูลสินค้าที่ผู้ขายโพสต์ไว้เท่านั้น หากสินค้าที่ถูกส่งไปไม่ตรงกับที่ตกลงกัน สินค้าไม่เหมือนในรูป หรือเกิดความชำรุดเสียหาย ทำให้ลูกค้าไม่พึงพอใจ ทางร้านต้องรับผิดชอบเพื่อให้ลูกค้าเกิดความสบายใจ มิเช่นนั้น การบอกต่อเชิงลบ อาจทำลายความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ของคุณได้อย่างคาดไม่ถึง

ทางเลือกหนึ่งซึ่งป้องกันความผิดพลาดที่คุณไม่สามารถควบคุมได้คือ คุณต้องระบุเป็นข้อตกลงกับลูกค้าให้ชัดเจน ว่ากรณีใดบ้างที่คุณสามารถรับผิดชอบได้ และกรณีใดบ้างที่คุณไม่อาจรับผิดชอบ แล้วให้ลูกค้าอ่านและยินยอมต่อข้อตกลงดังกล่าวก่อนกดซื้อ

สุดท้ายนี้ ขอให้คุณรักษาความดี ดั่งเกลือรักษาความเค็ม ความจริงใจของคุณที่มีต่อลูกค้า เมื่อได้รับการพิสูจน์แล้วผ่านช่วงระยะเวลาหนึ่ง เชื่อเถอะว่าสุดท้ายแล้วแบรนด์สินค้าของคุณ จะเข้าไปนั่งอยู่ในหัวใจของลูกค้าตลอดไป


ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ : เปิดร้านออนไลน์ฟรีบน facebook


------------------------------------------------